ติดตามข่าวสารได้ ที่นี่

ออกแบบ คอน โด แต่งคอนโดฯ ด้วย 4 เทรนด์การออกแบบ ให้เข้ากับ Lifestyle คนรุ่นใหม่

ออกแบบ คอน โด

ออกแบบ คอน โด แต่งคอนโดฯ ด้วย 4 เทรนด์การออกแบบ ให้เข้ากับ Lifestyle คนรุ่นใหม่

แต่งคอนโดฯ ด้วย 4 เทรนด์การออกแบบ ให้เข้ากับ Lifestyle คนรุ่นใหม่

ไม่สามารถที่จะปฏิเสธได้ว่าต้นแบบการพักอาศัยในขณะนี้มิได้จำกัดอยู่เพียงแค่บ้านข้างหลังใหญ่อีกต่อไป คอนโดฯ ก็เลยเป็นอีกหนึ่งลู่ทางซึ่งสามารถปฏิบัติหน้าที่ตอบปัญหา Lifestyle การใช้ชีวิตแบบใหม่ ย้ำการประสมประสานฟังก์ชันซึ่งสามารถใส่รับกับการกระทำการใช้แรงงานได้จริง เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายที่มีวิถีชีวิตต่างๆนาๆของคนสมัยใหม่วันนี้ Esto ได้เก็บรวบรวมข้อมูลที่มีคุณประโยชน์จาก IKEA เมืองไทย ที่ได้กระทำเก็บสถิติรวมทั้งพินิจพิจารณาถึงต้นสายปลายเหตุของครอบครัวชาวไทยในสมัย 4.0 ที่อินเตอร์และก็เทคโนโลยีเข้ามามีหน้าที่กับชีวิตเยอะขึ้น โดยแบ่งได้ทั้งปวง 4 ธีมด้วย จะมีอะไรน่าดึงดูดตามเข้ามาดูพร้อมเพียงกันได้เลยขอรับจัดแบ่งพื้นที่สำหรับทุกคนในครอบครัวมาเริ่มกันที่ธีมแรกอย่าง “การจัดสรรพื้นที่สำหรับทุกคนในครอบครัว” (Organize your living) ที่เน้นย้ำการใช้แรงงานด้านในพื้นที่ศูนย์กลางของห้องเช่าเป็นส่วนมาก แบ่งได้ห้องรับแขก (Living Area) รวมทั้งห้องทานอาหาร (Dining Area) ซึ่งอีกทั้ง 2 พื้นที่เรียกว่า Common Area หรือพื้นที่ศูนย์กลางที่ทุกคนจะได้ดำรงชีวิตด้วยกันเยอะที่สุดแน่ๆว่านอกจากใช้ห้องรับแขก (Living Area) เป็นที่ดูหนัง นั่งอ่านหนังสือ รวมทั้งใช้ต้อนรับแขกแล้ว รอบๆนี้นับได้ว่าเป็นศูนย์กลางที่ทุกคนจะได้พบปะสนทนาใช้ทำกิจกรรมรวมกัน เพื่อผูกมิตรที่ดีในตอนวันหยุด หรือข้างหลังเลิกงาน ซึ่งทริคการออกแบบให้สามารถใช้งานได้อย่างพอดีแบ่งได้ 3 แนวทางกล้วยๆการออกแบบพื้นที่ สำหรับในการเลือกออกแบบข้างในห้องรับแขก มิได้มีอะไรสลับซับซ้อนมากมายก่ายกอง แค่เพียงเลือกจัดวางระยะของเครื่องเรือนอย่างเหมาะสม โดยเว้นฟุตบาทให้สอดคล้องกับความประพฤติปฏิบัติการใช้แรงงาน ให้สามารถเชื่อมโยงการใช้แรงงานกับพื้นที่ส่วนอื่นได้ ยกตัวอย่างเช่น พื้นที่กินอาหารหรือครัว นอกเหนือจากนั้นควรจะให้พื้นที่ด้านในมีความสว่าง บางทีอาจเลือกเปิดหน้าต่างบานส่วนเพื่อรับแสงสว่างและก็ระบายอากาศ หรือเลือกตกแต่งด้วยประทีปเพื่อเพิ่มมิติให้กับพื้นที่การผลิตจุดสนใจการใช้ภาพวาดศิลป์ติดรอบๆฝาผนัง หรือเลือกลงสีหรือลวดลายที่น่าดึงดูด จะช่วยสร้างข้อดีให้กับพื้นที่ รวมทั้งสามารถเลือกเครื่องเรือนที่มีทรงผิดตา เพื่อสร้างความแปลกใหม่การเปลี่ยนแปลงฟังก์ชันโดยปกติของห้องรับแขกถูกใช้สำหรับพักแล้วก็พบปะสนทนาพบปะข้างในครอบครัว การเลือกใช้เครื่องเรือนก็เลยมีความหมาย การเลือกเครื่องเรือนจะต้องตามมาตรฐาน มีขนาดไม่ใหญ่และไม่เล็กจนถึงเหลือเกิน เพื่อให้มีความปลอดภัยปกป้องในเรื่องของอุบัติเหตุ รวมทั้งสิ่งของของเครื่องเรือนจำต้องรองรับการใช้แรงงาน ไม่นำมาซึ่งความระคายต่อผิวหนังของเด็กหรือคนชราส่วนมากหอพักข้างในคอนโดฯ จะเลือกจัดมุมทานอาหาร (Dining Area) ให้อยู่ในส่วนเดียวกับห้องรับแขก หรือให้มีพื้นที่เชื่อมโยงถึงกัน ด้วยเหตุว่าด้านในมีพื้นที่จำกัด การนำ 2 ส่วนนี้เข้ามาไว้ร่วมกันเป็นการสร้างพื้นที่แบบ All Space Common Area (ศูนย์กลางแบบเต็มพื้นที่) เพื่อความสบายสำหรับการใช้งาน โดยสามารถเลือกจัดพื้นที่ได้ 2 แบบการผลิตความเป็นส่วนตัวสำหรับครอบครัวไหนที่อยากได้ความเป็นส่วนตัวและก็มีปริมาณสมาชิกไม่มาก สามารถสร้าง Partition (ฝาผนัง) กันระหว่างพื้นที่ได้ บางทีอาจเลือกใช้เครื่องเรือนขนาดไม่ใหญ่จนกระทั่งเหลือเกิน อาทิเช่น ชั้นที่เอาไว้สำหรับวางหนังสือ หรือตู้สำหรับใช้ในการเก็บของ เว้นเสียแต่งดงามแล้วยังเป็นการเพิ่มฟังก์ชันการใช้แรงงานไปในต้นเหตุเชื่อมต่อพื้นที่ใช้งานในเรื่องที่มีปริมาณสมาชิกมากยิ่งกว่า 4 คนขึ้นไป การเลือกวางโต๊ะทานอาหารแบบ 4-6 ที่นั่ง แล้วก็เว้นระยะรอบๆส่วนกินอาหารให้เชื่อมต่อกับส่วนของห้องรับแขก โดยใช้เครื่องเรือนอย่างโซฟาเป็นตัวแบ่งแยกพื้นที่น่าจะเป็นหนทางที่เหมาะสมที่สุดแบ่งสรรด้านในพื้นที่จำกัดลดสเกลลงมาอีกสักนิดกับธีมที่ 2 สำหรับเพื่อการเลือก “แบ่งสรรด้านในพื้นที่จำกัด” (Small space living) ข้างในห้องนอน (Bedroom) และก็พื้นที่ดำเนินการ (Work Space) ซึ่งทั้งยัง 2 ส่วนเป็นหลักที่เฉพาะแล้วก็ปรารถนาความเป็นส่วนตัวสูง ด้วยเหตุผลดังกล่าวต้นแบบด้านในจะต้องมีการออกตัวอย่างสมควร เพื่อได้ฟังก์ชันการใช้แรงงานที่พร้อมห้องนอน (Bedroom) จัดได้ว่าเป็นหลักที่ที่ถูกใช้งานมากมายและก็นานที่สุดกว่าห้องอื่น การเลือกออกแบบพื้นที่ให้มีความเหมาะสมต่อผู้ใช้งานนับว่าเป็นสิ่งจำเป็น และก็ยังสามารถเพิ่มอีกฟังก์ชันการใช้แรงงานเช่นการเลือกเครื่องเรือนที่มีขนาดเหมาะสมกับตัวห้อง หรือการตกแต่งความสว่างเพื่อความบรรเทาสำหรับเพื่อการพัก มีแนวทางหลักร่วมกัน 3 กรรมวิธีการแบ่งรูปทรงให้คิดภาพตามกล้วยๆพื้นที่ห้องเป็นรูปสี่เหลี่ยม 100% รูปทรงของพื้นที่พักจะอยู่ที่ 70% โดยสามารถเลือกวางเตียงในขนาดที่พอเหมาะพอควร รวมถึงเซ็ตเครื่องเรือนอย่างโต๊ะข้างเตียงเพื่อความสบายสำหรับการใช้งาน ส่วน 30% ที่เหลือจะถูกแบ่งเป็นฟังก์ชันเสริมอื่นๆอาทิเช่น มุมดำเนินการ พื้นที่แต่งตัว ฯลฯ การจัดแสงสว่างนับว่ามีหน้าที่สำหรับในการเพิ่มมิติให้ห้องนอนได้มาก ส่วนใหญ่นิยมเลือกใช้ไฟประดิษฐ์สำหรับในการสร้างบรรยากาศ ค่ากำลังวัตต์ของไฟจำเป็นต้องไม่สูงและไม่น้อยกระทั่งเหลือเกิน ค่าไฟฟ้าที่ได้ควรมีความเพียงพอในรูปแบบของ Warm White (ไฟสีส้มอ่อน) ที่ให้ความรู้ความเข้าใจสึกอบอุ่นเหมาะสมแก่การพักผ่อนหย่อนใจ รวมทั้งนอกจากแสงไฟจากธรรมชาติจากหน้าต่างและก็ช่องแสงสว่าง ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งส่วนใดที่ทำให้พื้นที่ด้านในผ่องใส แล้วก็ช่วยความลดการชื้นแฉะข้างในห้องนอนการตกแต่งในการตกแต่งเพื่อกำเนิดมิติความงดงามแบ่งได้ 3 ส่วนร่วมกันพื้น ควรที่จะเลือกปูสิ่งของที่มีความแข็งแรง ให้ผิวสัมผัสงาม และก็ช่วยในเรื่องของความปลอดภัยสำหรับเพื่อการเดิน สิ่งของที่นิยมถูกเลือกใช้งานเยอะที่สุดคงจะหนีไม่พ้น ไม้จริง, ไม้เทียม, กระเบื้องเซรามิก แล้วก็หินอ่อนฝาผนัง สามารถเลือกตกแต่งได้นานัปการไม่ว่าจะเป็นการลงสี หรือกรุอุปกรณ์ปิดฝาผนัง โดยสีที่เลือกใช้ได้แก่สีเบสโทน สีอ่อนที่สามารถช่วยสร้างความบรรเทา สิ่งของปิดผิวเลือกใช้วอลล์เปเปอร์แบบเรียบเพดาน การออกแบบฝ้าเพดานโดยใช้สีสัน-ลวดลาย ไม่เหมาะสมกับข้างในห้องนอน ด้วยเหตุว่าจะเป็นการก่อกวนทางสายตา ตามหลักจิตวิทยาจะก่อให้นอนยาก โดยปกติจะเลือกออกแบบให้เรียบเนียน ทาด้วยใช้สีพื้นตัวอย่างเช่น ขาว, เทาร้อยอีกทั้งร้อย หนึ่งครอบครัวจะต้องมีมุมส่วนตัวสำหรับการดำเนินการ (Work Space) เพื่อไม่ให้ผสมปนเปกับส่วนอื่น การออกแบบพื้นที่ไม่ให้อึดอัดบวกกับให้ได้ฟังก์ชันการใช้แรงงานที่พอดีค่อนข้างจะสำคัญ ซึ่งสิ่งที่ควรจะยึดสำหรับในการวางแบบด้านในห้องนี้ มี 2 วิธีร่วมกันการถ่ายเทอากาศรวมทั้งความสว่างการเลือกจัดวางเครื่องเรือนให้อยู่ในมุมซึ่งสามารถรับแสงไฟได้พอดิบพอดี ซึ่งแสงสว่างจากธรรมชาติที่ยอดเยี่ยมจะอยู่ทางด้านทิศเหนือ รวมทั้งการถ่ายเทอากาศด้วยการเลือกเปิดหน้าต่างในเวลาที่สมควร อย่างเช่น เวลาเช้าแล้วก็ตอนเวลาเย็น เพื่อมีการหมุนวนของอากาศข้างใน รวมทั้งการนำเครื่องเรือนที่ไม่สำคัญค่อนข้างจะช่วยทำให้ห้องสดใสขึ้นการจัดฟังก์ชันเสริมเพื่อการใช้แรงงานฟังก์ชันการใช้แรงงานสำหรับพื้นที่ควรมีความกลมกลืนกับต้นแบบห้อง การเลือกเครื่องเรือนให้ได้ขนาดที่สมควรก็เลยเป็นสิ่งสำคัญ โต๊ะ-เก้าอี้ปฏิบัติงานจำต้องปฏิบัติภารกิจซัพพอร์ตร่างกายของผู้ใช้งาน เพื่อลดลักษณะของการปวดเมื่อยล้าตามหลักสรีรศาสตร์ บวกกับชั้นที่เอาไว้สำหรับวางของควรจะมีขนาดที่พอเหมาะพอควรไม่สูงจนถึงเกินความจำเป็น ในเรื่องเกี่ยวกับการจัดวางควรจะแยกออกมาจากกัน เพื่อลดปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการหาข้าวของที่ปนกันระหว่างการใช้แรงงานจัดแบ่งพื้นที่เพื่อความทนทานธีมที่ 3 อย่างการเลือก “แบ่งสรรพื้นที่เพื่อความยืนยง” (Sustainability) เป็นแบบอย่างที่ถูกเก็บสถิติจากครอบครัวชาวไทย ว่าการวางแบบในส่วนนี้สามารถเติมเต็มความสำราญได้ โดยพื้นที่การใช้แรงงานจะอยู่ที่ ครัว (Kitchen) รวมทั้งห้องแต่งตัว (Walk-in Closet) เหตุเพราะอีกทั้ง 2 พื้นที่ มีลักษณะของการนำไปใช้งานที่แตกต่างจากพื้นที่อื่นๆเนื่องมาจากมีฟังก์ชันส่วนตัว เพราะฉะนั้นการจัดสรรพื้นที่ให้สามารถใช้งานได้ในระยะยาว นับว่าเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่มีความจำเป็นครัว (Kitchen) นับว่าเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่จะทำให้ทุกคนได้มีกิจกรรมด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการปรุงอาหาร หรือนั่งทานอาหารร่วมกัน การออกแบบพื้นที่ในส่วนนี้ก็เลยมีความละเอียดรอบคอบในเรื่องของขนาดแล้วก็ระยะการใช้แรงงาน เพื่อความสบายและไม่ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุสำหรับการใช้งานแบบอย่างชุดห้องครัวสามารถแบ่งได้เป็น 4 แบบอย่างหลัก I-Shape, L-Shape, U-Shape, Parallel (วางชุดห้องครัวแบบขนาน) ซึ่งต้นแบบห้องครัวทั้งผองสามารถเลือกวางได้ตามสมควรในแต่ละพื้นที่ นอกนั้นการเลือกตกแต่งชุดห้องครัวสามารถทำเป็นทั้งยัง Built-in Furniture แล้วก็เครื่องเรือนลอยตัวการจัดคิดแผนแผนผังจะต้องนึกถึงลักษณะของชุดห้องครัวแล้วก็ระยะการใช้แรงงานเป็นหลักโดยสามารถแบ่งได้ 4 ส่วนหลักเครื่องมือ การเลือกจัดวางเครื่องใช้ไม้สอย เป็นต้นว่า เตา, อ่างล้างรวมทั้งตู้แช่เย็น ควรจะวางให้อยู่ในระยะการใช้แรงงานซึ่งสามารถเชื่อมต่อถึงกันได้สบาย เพื่อความคล่องตัวขณะเข้าครัวเคาน์เตอร์ ความสูงโดยปกติอยู่ที่ 80-90 เซนติเมตร ถ้าเลือกวางอ่างล้างควรจะเพิ่มให้สูงขึ้นมากยิ่งกว่านั้นอีก 3 นิ้ว และก็ควรจะเว้นช่องว่างข้างเตาสำหรับวางจาน-จานชาม และก็องค์ประกอบของกินตู้ที่เอาไว้เก็บของแล้วก็ภาชนะ การจัดเครื่องใช้ไม้สอยที่ใช้ด้วยกันควรจะอยู่ใกล้กัน ยกตัวอย่างเช่น จานควรจะอยู่ใกล้อ่างล้าง หรือกระทะกับหม้อควรจะอยู่ใกล้เตา เพื่อความสบายแล้วก็การใช้แรงงานและก็เพิ่มความเรียบร้อยปลั๊กไฟ ต้องมีที่ทิ่มปลั๊กไฟอย่างต่ำ 2 ตำแหน่ง เป็นรอบๆเตาไฟฟ้าและก็รอบๆที่วางตู้แช่เย็น ซึ่งควรจะมีการคำนวณระยะของการใช้แรงงาน เพื่อไม่มีอันตรายสำหรับในการใช้งานอีกหนึ่งพื้นที่อย่างห้องแต่งตัว (Walk-in Closet) เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่ถูกดีไซน์มาเพื่อตอบปัญหาการใช้แรงงานของคนรุ่นหลังในช่วงปัจจุบัน ยิ่งข้างในคอนโดด้วยแล้ว ก็มีห้องแต่งตัวถือว่าเป็นการเพิ่มฟังก์ชันการใช้แรงงานออกมาจากส่วนอื่นๆในส่วนของการออกแบบสามารถแบ่งได้เป็น 2 ส่วนหลัก เพื่อการใช้แรงงานได้อย่างนานแล้วก็ถูกจุดต้นแบบการจัดวางสามารถเลือกจัดวางได้ 3 แบบอย่างร่วมกัน ซึ่งขนาดความลึกของตู้สำหรับใส่เสื้อผ้าแต่ละจำพวก จะมีขนาดมาตรฐานเช่นเดียวกันหมด โดยความลึกอยู่ที่ 60-80 เซนติเมตร ส่วนราวห้อยสูงอยู่ที่ 1.20 เมตร ส่วนระยะความกว้างขึ้นกับขนาดของพื้นที่นั้นๆI-Shape การจัดออกแบบรูปตัวไป นิยมกับห้องแต่งตัวที่มีขนาดเล็ก โดยย้ำเลือกเครื่องเรือนแบบลอยตัว เพื่อความสบายแล้วก็มัธยัสถ์พื้นที่L-Shape การจัดวางในรูปบตัวแอลแบบเข้ามุมฝาผนัง มักถูกเลือกใช้งานในห้องที่มีขนาดกึ่งกลาง สามารถเลือกตู้ที่มีไว้ใส่เสื้อผ้าแบบ Built-in หรือลอยตัวได้ตามสมควรU-Shape การจัดดีไซน์รูปตัวยูหรือเต็มพื้นที่ ส่วนใหญ่จะถูกใช้งานในห้องแต่งตัวที่มีขนาดใหญ่ เครื่องเรือนส่วนใหญ่จะเป็นการ Buit-in กับฝาผนัง ที่สามารถเพิ่มฟังก์ชันการใช้แรงงานอย่างโต๊ะแต่งตัว รวมทั้งเคาน์เตอร์กึ่งกลางสำหรับเก็บข้าวของฟังก์ชันที่มากกว่าห้อยเสื้อผ้านอกเหนือจากความเหมาะสมของขนาดตู้ใส่เสื้อผ้าและก็ระยะการใช้แรงงานด้านในพื้นที่แล้ว ยังสามารถเพิ่มฟังก์ชันการใช้แรงงานในส่วนอื่นเข้าไปได้เสริมด้วยเคาน์เตอร์ จะช่วยเพิ่มพื้นที่เก็บเครื่องใช้ไม้สอยต่างๆแม้กระนั้นควรจะเว้นระยะฟุตบาทไว้ฝั่งละ 80 เซนติเมตร เพื่อความสบายสำหรับการเดินทางช่องใส่เครื่องเพชรพลอย สามารถจัดวางไว้รอบๆชั้นใดชั้นยอดของตู้เก็บเสื้อผ้า หรือจะเลือกวางไว้ภายในลิ้นชักเสริมของเคาน์เตอร์กึ่งกลางพื้นที่สำหรับวางรองเท้า โดยปกติฟังก์ชันนี้จะถูกเสริมอยู่ด้านล่างของตู้สำหรับใส่เสื้อผ้าตู้ใดตู้หนึ่ง โดยมีความกว้างเฉลี่ยอยู่ที่ 5-10 นิ้ว และก็ความสูง 9-17 นิ้วคร่าวๆแบ่งสรรพื้นที่สำหรับเด็กเดินทางมาถึงธีมท้ายที่สุดอย่างการ “จัดแบ่งพื้นที่สำหรับเด็ก” (Living with children) สิ่งที่ควรจะยึดไว้เป็นขั้นแรกเป็นความปลอดภัย ตามมาด้วยความคิดริเริ่มสร้างสรรค์เพื่อวิวัฒนาการทางด้านเชาวน์ โดยสามารถแบ่งแยกพื้นที่การได้ 2 ส่วนเป็น ห้องสำหรับเด็ก (Kid Room) แล้วก็ส้วม (Bathroom)Kid room (ห้องสำหรับเด็ก) เป็นหลักที่นันทนาการสำหรับเด็ก โดยสามารถเลือกแบ่งรูปร่างพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งด้านในห้อง เพื่อจัดฟังก์ชันให้เหมาะสมต่อการใช้แรงงาน บางทีอาจเลือกในส่วนของห้องรับแขก กันพื้นที่ด้วยฝาผนังมวลค่อยเพื่อแยกการใช้แรงงานระหว่างพื้นที่สำหรับเด็กแล้วก็คนแก่ให้กระจ่างแจ้งจัดฟังก์ชันเสริมความก้าวหน้าเป็นเรื่องดีไซน์แบบประสมประสานระหว่างฟังก์ชันใช้งาน กับแบบทางศิลป์ ดังเช่นว่า การออกแบบมุมหนังสือ การออกแบบชั้นวางให้มีขนาดสมควร ใช้งานง่าย ลบคมมุมรอบๆขอบแล้วก็เลือกขัดอุปกรณ์ให้เรียบเนียน กับฉาบผิวเพื่อไม่เกิดอันตรายต่อเด็กเลือกใช้สีช่วยปรับปรุงทางอารมณ์สีเป็นอีกหนึ่งตัวช่วย ที่จะสร้างเสริมวิวัฒนาการและก็จิ